วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

SENA MARINE PLANKTON ดูแลผิวให้กลับมาสุขภาพดี เรียบเนียน กระจ่างใส โทร ...





SENA MARINE PLANKTON  ดูแลผิวให้กลับมาสุขภาพดี เรียบเนียน กระจ่างใส

รายละเอียดเพิ่มเติม   https://www.jumbolifeshop.com/p/734

โทร 094-709-4444,089-071-8889,094-435-0404 คุณ อานนท์

LINE ID : @Jumbolife



Sena - Marine Plankton Serum Concentrate ก็เป็น skincare ในรูปแบบของน้ำตบอีกตัวที่เพิ่งวางขายในบ้านเราและส่วนผสมที่ใส่มานั้นทำผมเซอร์ไพรส์มากเลยทีเดียว  สารออกฤทธิ์หลักที่นำเอา Plankton Extract เป็นตัวชูโรงนั้นได้ใช้ความเข้มข้นสูงถึง 8% เลย หลังจากที่ได้เห็นของที่ได้มาลองใช้อย่างแรกที่รู้สึกเลยคือ “ทำไมขวดมันเชยจังฟร่ะ” แพคเกจตามแบบพิมพ์นิยมที่แค่เห็นขวดก็สามารถรู้ได้ทันที่ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของทางฝั่งเกาหลี  แต่นั่นคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะสิ่งที่สนใจคือผลิตภัณฑ์และสารบำรุงที่อยู่ข้างในนี้ต่างหาก  ในความคิดของผมกับเจ้าน้ำแพลงค์ตอนตัวนี้จะเป็นอย่างไรนั้นมาติดตามกันเลยครับ



1.ส่วนผสม

สารแอคทีฟตัวแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Plankton extract ที่ใส่มาสูงถึง 8% โดยฉลากข้างกล่องไม่ได้ระบุว่าเป็นแพลงค์ตอนสปีชี่ส์ใดที่นำเอามาใช้แต่จากข้อมูลเพิ่มเติมที่แบรนด์ให้มานั้นพบว่าแพลงค์ตอนที่แบรนด์ใส่มานั้นมี Diguanosine tetraphosphate หรือ GP4G เป็นสารออกฤทธิ์สำคัญ


           ซึ่งพบว่า GP4G 1% สามารถกระตุ้น Keratin ,Fribonectin และ Collagenให้แก่ผิวได้โดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับสารGP4G ซึ่งสารดังกล่าวนั้นอย่างที่เรารู้ ๆกันอยู่ว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์ผิว และนอกจากนี้ยังป้องกันการถูกทำร้ายจากรังสี UV-B ได้อีกด้วย


และ GP4G ที่ความเข้มข้น 2% นั้นสามารถเพิ่มพลังให้แก่เซลล์ผิวได้โดยมีความแตกต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้รับสารชนิดนี้อย่างมีนัยสำคัญ และจากการดทดสอบหาปริมาณของ GP4G ที่สกัดจากแพลงค์ตอนนั้นมี %yeild เท่ากับ 25– 50% นั่นหมายความว่า Plankton extract 8%ที่แบรนด์ใส่มานั้นสามารถให้สาร GP4G ได้อย่างน้อยที่สุดคือ2% พูดง่าย ๆ ก็คือเราสามารถหวังผลกับเจ้าแพลงค์ตอนที่แบรนด์ใส่มาได้ครบทุกประโยชน์ของที่ตัวมันมีนั่นเองครับ


นอกจากนี้เจ้า“Sena Marine Plankton” ยังมีสารสกัดที่น่าสนใจอีกหลายชนิดทั้งสาหร่ายทะเลที่ใส่มาถึง4 สายพันธุ์ คือ Hizikia Fusiforme , Laminaria Japonica , Undaria Pinnatida และ Gracilaria Verrucosa หรือสาหร่ายสีแดงที่มีสารAstraxanthin ที่เป็น antioxidant ชื่อดังและตัวมันเองยังมีฤทธิ์ anti-inflamation อีกด้วย โดยส่วนตัวผมเองยังไม่แน่ใจเรื่องความเข้มข้นที่ใส่มาเพราะอยู่หลัง fragrance แต่จากข้อมูลที่หามานั้นใช้ Gracilaria Verrucosa ความเข้มข้นแค่นิดเดียว (ไม่ถึง 0.5%) ก็สามารถต้านฤทธิ์การ oxidant ได้น่าพอใจแล้ว



สารให้ความชุ่มชื่นที่น่าสนใจที่เลือกใส่มาคือ Trehalose ซึ่งเป็นโมเลกุลของน้ำตาลคอยดึงน้ำเข้าหาผิว (water-binding) และยังมีไฮยาสารอุ้มน้ำตัวดังที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันใส่เข้ามาด้วยในรูปของ Sodium hyaluronate ส่วนAdenosineที่ช่วยกระตุ้นพลังงานให้แก่ผิว นอกนั้นก็เป็นพวกสารสกัดที่ใส่มาเป็นพิธีเช่น Morus Albra Root Extract ,Glycyrrhiza Glaba Root Extract เป็นต้น



ส่วนผสมที่อัดมาแน่นเซอร์ไพรส์ของจริง แถม Planktonextract ที่ใส่มานั้นสามารถหวังผลได้จากความเข้มข้นที่สูงถึง 8%ที่เด็ดกว่านั้นคือมันไม่ได้มีแค่แพลงค์ตอน มันยังมีสารออกฤทธิ์อื่นๆ อีกหลายตัวที่มีการทำงานต่างกันออกไป และยังมี anti-oxidant,anti-inflamation ใส่มาอีกหลายตัว เรียกว่าเจ้า “SenaMarine Plankton”” ขวดนี้แทบจะเป็นน้ำตบ all in one เลยล่ะแต่อาจมีข้อเสียเล็กน้อยตรงที่ใส่น้ำหอมซึ่งใครที่ผิวแพ้ง่ายหรือต้องการเลี่ยงน้ำหอมก็ควรจะทดสอบกับต้นแขนหรือหลังใบหูก่อนลองใช้จริงนะครับ


2.ผลการใช้

ต้องบอกก่อนว่าปกติจะเป็นคนที่ขี้เกียจทาบำรุงตอนเช้ามากอย่างแรกเลยคือไม่ชอบให้มันหนักหน้าอย่างที่สองคือไม่มีเวลา (อันที่จริงก็คือตื่นสายแล้วทาบำรุงไม่ทันนั่นแหละ)แต่ระยะเวลา 3อาทิตย์ที่ได้ลองเจ้า “Sena Marine Plankton”นั้นพูดได้เต็มปากว่านี่คือบำรุงตัวเดียวที่ทาในช่วงเช้าทาตัวนี้ตัวเดียวแล้วทากันแดดเลยง่ายดี เพราะเนื้อมันเบาทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะแต่ยังให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้อยู่และสารบำรุงที่ใส่มามันหลากหลาย


ในช่วงก่อนที่จะทดลองใช้นั้นมีสิวขึ้น 1 เม็ด ซึ่งสิวก็ปูดขึ้นเรื่อย ๆ ในใจก็คิดว่ายังไงก็ต้องประทุอักเสบขึ้นมาแน่  แต่แปลกที่สุดท้ายแล้วมันไม่อักเสบ ส่วนตัวไม่อยากจะตัดสินว่าเป็นเพราะน้ำตบขวดนี้รึเปล่าที่ทำให้สิวมันไม่อักเสบ อาจเป็นเพราะเรารักษาความสะอาดหรืออาหารที่เรากินก็มีส่วนเหมือนกัน  แต่ในช่วงที่มีสิวเม็ดนั้นขึ้นใน Skincare routine ทั้งหมดที่ใช้นั้นมีแค่ Sena Marine Plankton ตัวเดียวที่เด่นเรื่องลดการอักเสบ (ช่วงนั้นไม่ได้ใช้ยารักษาสิวร่วมด้วย)


3.ความคุ้มค่า

ปริมาณ 150ml กับราคา 1,490 บาท ราคาถือว่ากลาง ๆจะว่าแพงก็แพงจะว่าไม่แพงก็ไม่แพง เพราะถ้าเทียบกับเคาท์เตอร์แบรนด์ดัง ๆอย่างน้ำป้าเจี๊ยบ 150ml ก็ปาเข้าไปเกือบ 5,000 หรือน้ำตบตัวใหม่ ๆ หน่อยอย่าง Estee lauder micro essence ราคาอยู่ที่ 150ml/3,900.- หรือจะเทียบกับเรนจ์ราคาเดียวกันอย่างClinique even better lotion ซึ่งราคาอยู่ที่1,700.- แต่ปริมาณที่ได้คือ 100 ml หรือจะเทียบมวยคู่แข่งที่ชนกันจังๆ อย่าง Biotherm life plankton ที่เพิ่งวางขายได้ปีเดียวราคาก็ขึ้นเป็น125ml/2,500.- แน่นอนว่าน้ำตบชื่อดังทั้ง4 ตัวที่ได้กล่าวมานี้ถ้าเทียบกับ Sena MarinePlankton ตัว Sena จะราคาสบายกระเป๋ากว่า


4.เนื้อสัมผัส/บรรจุภัณฑ์


เรื่องเนื้อสัมผัสนี่ไม่มีอะไรให้คอมเมนท์แล้วล่ะเพราะเนื้อมันเบามากแทบจะเป็นน้ำเลยก็ว่าได้แต่มันให้ความชุ่มชื่นได้ดีระดับหนึ่ง (แต่ใครที่หน้าแห้งมาก ๆ ก็เอาไม่อยู่นะจ๊ะ)ทาแล้วไม่รบกวนการทา skincareในขั้นตอนต่อไป สามารถทาได้ทั้งตอนเช้าและเย็น