หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้” จะเป็นจริงหรือในการทำธุรกิจเครือข่าย หรืออีกหลายๆ ธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จเพราะต่างก็คิดว่าถ้ามีคนอื่นๆ มีความรู้เหมือนเรา เขาก็จะมาแย่งการหารายได้จากเรานะซิ
ในการทำธุรกิจเครือข่ายเป็นการทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือกัน ผมอยากให้นึกภาพว่าถ้าคนที่คุณชวนเข้าร่วมธุรกิจ เขาคนนั้นมีทักษะ ความรู้ จากการที่คุณเป็นคนถ่ายทอดความรู้ให้ ได้นำสิ่งที่คุณให้ ไปทำให้เกิดผลลัพธ์ สร้างรายได้ เขาคนนั้นก็จะอยู่ในธุรกิจต่อไป คุณเองก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อหาทีมงานใหม่เรื่อย ๆ อันนี้เป็นภาพง่ายๆ จะขอกล่าวสั้นๆ แต่ผมมีบทความที่เป็นประโยชน์ที่ทำให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนขี้นมาฝาก ลองอ่านดูครับ…
บทพิสูจน์ ยิ่งให้ ยิ่งได้ การให้ความรู้ ยิ่งให้ ยิ่งได้ จริงหรือเปล่า? คือคนที่คิดจะหวงความรู้ ความรู้มันหด ดูกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ของตะวันออกตะวันตกว่าเป็นอย่างไร ทำไมตะวันออกคิดหลายๆ อย่างได้ดี
ตัวอย่างเช่น เข็มทิศก็จีนคิดได้เป็นคนแรกของโลก ระบบการพิมพ์จีนก็คิดได้ก่อนเพื่อน แล้วทำไมมันไม่ต่อยอดเป็นมหาอำนาจของโลก ทำไมตะวันตกถึงเป็นผู้นำความรู้ในรอบ 500 ปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้น คำตอบคือกระบวนการถ่ายทอดความรู้ของตะวันออก เป็นลักษณะจำกัดวง เฉพาะเครือญาติของตัวเอง ศิษย์ตัวเอง สำนักตัวเอง ต้องมาอยู่เป็นศิษย์ในสำนักถึงจะสอน ไม่เผยแพร่ทั่วไป ศิษย์จะมาเรียนอาจารย์มักขยักยอดวิชาเอาไว้ เป็นท่าไม้ตายป้องกันศิษย์คิดล้างครู จะล้างครูเมื่อไรก็เอาไม้ตายปราบเลย แล้วถ้าเกิดอาจารย์ตายก่อนไม่ทันถ่ายทอดวิทยายุทธ์นี้ มันก็สาบสูญ
แต่ตะวันตกใช้กระบวนการให้ความรู้แบบเปิดกว้าง ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยขึ้นมาเอาอาจารย์มาสอนหลายๆ คน ไม่จำกัดเฉพาะสำนักเดียว ใครเก่งวิชาไหนมาสอนวิชานั้น ใครพร้อมก็มาสมัครเรียนได้ เปิดกว้างสำหรับทุกคน พออย่างนี้วิชาการ มันมีการต่อยอดไปเรื่อยๆ ใครเจออะไรใหม่ๆ ไม่เก็บเอาไว้ แต่รีบเขียนลงบทความในวารสารวิชาการให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเขียนช้าแม้ตัวเองค้นพบก่อน คนอื่นค้นพบทีหลัง แต่เขาเขียนลง Journal ก่อนกลายเป็นว่าคนนั้นเป็นผู้ค้นพบคนแรก เพราะฉะนั้นใครเจออะไรจะไม่เก็บเอาไว้ จะรีบส่งผลงานไปลงเร็วที่สุดเลย แล้วเกิดระบบลิขสิทธิ์ขึ้นมารักษาสิทธิ์ของเขาเอาไว้ ทำให้คนไม่ต้องมานั่งคิดทุกอย่างด้วยตัวเอง สามารถดูได้ทั้งโลกว่าเขาคิดอะไรไว้ แล้วตัวเองมาต่อยอดต่อไป เป็นการ รวมพลังความคิดคนทั้งโลก วิทยาการตะวันตกก็เลยก้าวหน้าขึ้นมาเร็ว คิดให้เมื่อไรก็จะได้เมื่อนั้น คิดจะเอาละก็ความรู้มันจะหด คิดให้ความรู้จะขยาย พวกเรารู้ไหมว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกาเขาจะให้ความสำคัญกับนักศึกษามาก ถ้ามีนักศึกษาเก่งๆ มาเมื่อไรทุนการศึกษาให้เต็มที่ เรียนฟรี แถมให้ที่พักกินอยู่อย่างสบาย เรียนจบมีสตางค์เหลืออีก เพราะเขารู้ว่าให้ อย่างนี้เขาจะยิ่งได้ เขาจะดูดคนเก่งมาเรียนที่เขาเยอะแยะ แล้วก็จะหาอาจารย์เก่งที่สุดมาสอนให้ด้วย เท่าไรเท่ากันทุ่มสู้
บทพิสูจน์ ยิ่งให้ ยิ่งได้ เขาพบว่าอาจารย์เก่งนักศึกษาเก่งมาเจอกันแล้วละก็ จะกระตุ้นให้เกิดการศึกษาค้นคว้าเจออะไรใหม่ๆ มหาศาลเลย ซึ่งสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิให้กับมหาวิทยาลัยอย่างมาก แล้วถามว่ามหาวิทยาลัยอยู่ได้อย่างไร นักศึกษาบางส่วนปริญญาตรี ก็มีการเก็บค่าเล่าเรียนบ้าง แต่พอถึงโทถึงเอก ถ้าเก่งจริงก็ฟรีหมด เงินสนับสนุนเข้าสู่มหาวิทยาลัยมีมหาศาล บางแห่งอย่างสแตมฟอร์ด เชื่อไหมมหาวิทยาลัยมีกองทุน 2๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 7๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วสามารถเอาไปลงทุนต่างๆ ได้ บางปีได้ผลตอบแทน 2๐% ปีหนึ่งมหาวิทยาลัยมีรายได้จากเงินกองทุนประมาณ 1๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขอให้เขามีอาจารย์ดี มีนักศึกษาดี เกียรติภูมิอะไรที่ขึ้นมาจะดึงดูดคนมาสมัครมหาศาลเลย บางที่อย่างฮาร์วาร์ด ได้มากกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นตัวพิสูจน์ว่ายิ่งให้ยิ่งได้จริงๆ ให้ความรู้ ความรู้จะเพิ่ม หวงความรู้ ความรู้จะหด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ธวัชชัย วรรณสว่าง
MyAragon เส้นทางสู่อิสระภาพทางการเงินและเวลา
MyAragon ธุรกิจที่รวม3เทรนด์แห่งโลกอนาคตเป็นหนึ่งเดียว
โทร.089-071-8889 คุณ อานนท์
LINE ID : jumbolife

